เหมาะสำหรับ
👉🏻 ผิวอ่อนแอ แดงอักเสบง่าย
👉🏻 หลังเป็นสิว มีรอยสิว ผิวไม่เรียบ
👉🏻 หน้าเห่อคันจากฝุ่น เหงื่อ อากาศ
👉🏻 ใช้ Retinol หรือสกินแคร์แอคทีฟแรง ๆ แล้วผิวล้า
👉🏻 แต่งหน้าไม่ติด หน้าโทรมง่าย
รายละเอียดทั่วไป
ครีมกันตายของสาว🇰🇷 ดังมากเรื่อง กู้หน้าพังในคืนเดียว😴 ทาเป็นมอยซ์ก็ได้ Overnight ก็ดี ผิวพัง ผิวเห่อ ผิวล้าเอาอยู่หมดค่ะแม่🫶🏻
Dr.Althea PDRN Reju 5000 Cream
จุลินทรีย์ PDRN‼️ ที่อิ๊ฟเรียกแบบนี้เพราะเขาใช้ Vegan PDRN จากจุลินทรีย์ ไม่ใช่แซลมอนค่ะ
ข้อดีคือ มีความเสถียรกว่า ระคายเคืองต่ำกว่า💖 แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ช่วยซ่อมผิวบาง สงบผิวดื้อและฟื้น Barrier ให้กลับมาอิ่มฟูสบาย✨
พส.เกาเลยชอบเอามาโบกหนา ๆ เป็น Overnight mask💤 โดยเฉพาะช่วงหลังเป็นสิว แพ้เหงื่อ แพ้ฝุ่น หน้าไหม้แดด🫠 หรือวันที่ผิวเจอเมคอัพหนัก ๆ💄
เพราะไม่ได้แค่เติมความชุ่มชื้นผิวด้านบน แต่ให้ฟีล “เซลล์ผิวอวบเย็นขึ้น” ☃️
หน้าดูแน่น นิ่ม ฟู และสงบลงแบบเห็นได้ทันทีตอนตื่น รูขุมขนเบียดมากก😍
🍮 เนื้อเป็นเจลกึ่งครีมฉ่ำเด้ง
ซึมไว ไม่หนัก ไม่อุดตัน แต่เคลือบผิวสวย เป็นความเงา Glass skin แบบคนพักผ่อนเต็มอิ่ม🥰
ทาตอนกลางวันก่อนแต่งหน้าก็ไม่อุดตัน ผิวนิ่มเด้งชุ่มชื้นกำลังดีแต่งหน้าต่อได้เลย💋
แถมยังช่วยเคลือบผิว ลดโอกาสการแพ้เมคอัพ ลดการอักเสบเห่อปะทุระหว่างวัน ไม่แปลกใจที่ทำไมพส. เกา รีวิวแนะนำให้พกติดบ้าน🥳
อย่าลืมนะ คืนไหนหน้าพัง โบกหนา ๆโล้ดดด ตื่นมาคือเก็ทแล้วจ้า “ครีมกู้ผิวกันตาย” ที่เขาว่าจริงๆ🥹✨
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Disodium EDTA
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Disodium EDTA เป็นเกลือของกรด ethylenediaminetetraacetic (เรียกทั่วไปว่า EDTA) ในเครื่องสำอาง ทำหน้าที่เป็นสารคีเลตเป็นหลัก ป้องกันไม่ให้ส่วนผสมในสูตรจับกับแร่ธาตุที่อาจมีอยู่ในน้ำหรือส่วนผสมอื่นๆ ช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรเครื่องสำอาง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นที่ 0.85%
Hyaluronic Acid
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ลดริ้วรอย
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Hyaluronic Acid
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ลดริ้วรอย
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อผิวหนัง สารสังเคราะห์รูปแบบต่างๆ กรดไฮยาลูโรนิก มีความสามารถในการฟื้นฟู เพิ่มความชื้นของผิว บรรเทา และป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น สามารถอุ้มน้ำได้มากถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง จึงเป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกสภาพผิว
กรดไฮยาลูโรนิกยังช่วยป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระจากการทำร้ายของสิ่งแวดล้อม ลดความลึกของริ้วรอย ความหยาบกร้านของผิวอย่างเห็นได้ชัด และช่วยเสริมเกราะป้องกันของผิว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Hydrogenated Lecithin
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Lecithin เป็นเลซิตินที่เติมไฮโดรเจนเป็นฟอสโฟลิปิด (สารชีวโมเลกุลที่ไม่ละลายในน้ำ) ที่ผลิตขึ้นโดยการเพิ่มไฮโดรเจนในเลซิติน ในส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิว สามารถผลิตได้โดยการสังเคราะห์ หรืออาจได้มาจากสัตว์ (มาจากไข่แดง) หรือจากพืช เป็นสารช่วยกระจายตัว สารปรับสภาพผิวที่ทำให้ผิวนวล และเป็นสารปรับความคงตัวในผลิตภัณฑ์
ข้อควรระวัง
จากการประเมินความปลอดภัยในปี 2020 ของ Cosmetic Ingredient Review (CIR) Expert Panel ความเข้มข้นสูงสุดของการใช้ที่รายงานคือ 5%
Hydrogenated Polydecene
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความยืดหยุ่น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Hydrogenated Polydecene
คุณสมบัติหลัก
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความยืดหยุ่น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Polydecene เป็นสารทำให้ผิวนวล และผิวนุ่ม พร้อมทั้งช่วยเพิ่มเกราะป้องกันผิว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Panthenol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
Panthenol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Panthenol (บางครั้งเรียกว่าโปรวิตามิน B5) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บความชื้น เมื่อทาเฉพาะที่จะเปลี่ยนเป็นกรด pantothenic ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่า panthenol 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวอย่างรวดเร็ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความสามารถของแพนธีนอลในการลดรอยแดงที่เกิดจากความไวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5.3%
Propanediol
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับผิวเรียบเนียน
รายละเอียดทั่วไป
Propanediol เป็นไกลคอลที่สามารถเพิ่มการดูดซึมของส่วนผสม (เช่น salicylic acid) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวเนียนเรียบ
Propanediol สามารถได้มาจากข้าวโพดตามธรรมชาติหรือสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ เป็นของเหลวไม่มีสีถึงเหลืองซีด หนืด (ค่อนข้างเหนียว) และมีลักษณะทางเคมีคล้ายกับ 1,2-โพรเพนไดออล (โพรพิลีนไกลคอล)
ข้อควรระวัง
ปลอดภัยที่เข้มข้นสูงถึง 39.9% (สำหรับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย) โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจะมีปริมาณที่น้อยกว่านั้น
Sodium Benzoate
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
Sodium Benzoate
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Benzoate เป็นเกลือของกรดเบนโซอิก ซึ่งเป็นกรดที่พบตามธรรมชาติในอาหาร เช่น แครนเบอร์รี่ แอปริคอต เห็ด และน้ำผึ้ง ใช้เป็นสารกันบูดทั้งในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา
ข้อควรระวัง
การใช้งานสูงสุดอยู่ที่ความเข้มข้นระหว่าง 0.5–1%
Sodium Hyaluronate
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Sodium Hyaluronate
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Hyaluronate เป็นรูปแบบเกลือของกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยเติมเต็มผิว ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้มาก นอกจากคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้น (humectant) แล้ว โซเดียมไฮยาลูโรเนตยังถือเป็น postbiotic ซึ่งหมายความว่าสามารถช่วยบำรุง และรักษาจุลินทรีย์ธรรมชาติของผิวได้
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก และโซเดียมไฮยาลูโรเนต คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนตมีประโยชน์ทางชีวภาพมากกว่า หมายความว่าผิวสามารถดูดซับได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิก ดังนั้นผิวของคุณจึงได้รับประโยชน์สูงสุด
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Bambusa Vulgaris Water • 1,2-Hexanediol • Propanediol • Aqua (Water) • Glycerin • Hydrogenated Polydecene • C14-22 Alcohols • C12-20 Alkyl Glucoside • Caprylic/Capric Triglyceride • Codium Fragile Extract • Palmaria Palmata Extract • Chondrus Crispus Extract • Sargassum Pallidum Extract • Butylene Glycol • Hyaluronic Acid • Hydrolyzed Hyaluronic Acid • Sodium Hyaluronate • Panthenol • Vinyl Dimethicone • Cetyl Alcohol • Carbomer • Tromethamine • Sodium DNA • Hydrogenated Lecithin • Dextrin • Gardenia Florida Fruit Extract • Polyglutamic Acid • Hydrolyzed Sodium Hyaluronate • Hydroxypropyltrimonium Hyaluronate • Potassium Hyaluronate • Sodium Hyaluronate Crosspolymer • Pentylene Glycol • Sodium Acetylated Hyaluronate • Guaiazulene • Agave Tequilana Leaf Extract • Sodium Retinoyl Hyaluronate • Zinc Hydrolyzed Hyaluronate • Dimethylsilanol Hyaluronate • Sodium Benzoate • Ascorbyl Propyl Hyaluronate • Ascorbylpropyl Hydrolyzed Hyaluronat • Caulerpa Lentillifera Extract • Ethylhexylglycerin • Disodium EDTA
วิธีใช้
⏰ ช่วงเวลาที่ควรใช้
🌤 เช้า : ทาบางๆ ทั่วใบหน้า เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนลงครีมกันแดด
🌙 ก่อนนอน : ทาทั่วใบหน้า เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง
🩹 หลังทำหัตถการ
ใช้ได้ทั้งเช้า-เย็น ในช่วงที่ผิวต้องการการซ่อมแซมเป็นพิเศษหลังเลเซอร์หรือทรีตเมนต์
✅ Daily Care : ทาปริมาณปกติ เช้า-ก่อนนอน
✅ Spot Care : ทาเนื้อครีมหนาขึ้นเฉพาะจุดที่ต้องการเน้น หรือบริเวณที่ระคายเคือง