รายละเอียดทั่วไป
⏰ ปลุกผิวให้เรืองแสงในชั่วข้ามคืน🔅 ด้วยมาส์กฟิล์มวิตามินเคลือบผิว 🏅การันตีด้วยยอดขายทะลุ 2 ล้านชิ้น‼️ ในเกาหลีใต้ 🇰🇷
Medicube Kojic Acid Turmeric Vita Wrapping Mask
ใครผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำเยอะ ผิวไม่สม่ำเสมอ ทางนี้🙌🏻
🔬 นวัตกรรม Glow While Film Technology ทำงานเหมือน “ฟิล์มกักวิตามิน” ลงผิวโดยตรง
💥แค่ปาด → รอแห้ง → ลอกออก
เหมือนได้รีเซ็ตผิวใหม่
👉🏻 ดึงเซลล์ผิวเสียออก
👉🏻 เติมวิตามิน + โคจิกแอซิดตรงเข้าสู่ผิว
👉🏻 ผิวดูใสฉ่ำขึ้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
💛 Kojic Acid + 🫚ขมิ้น Turmeric + 🍋วิตามิน C + 🧪Retinol
✔️ตัวช่วยลดรอยดำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ จากรากผิว
✔️ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่สว่างใสยิ่งกว่าเดิม
✔️ชะลอการเกิดริ้วรอย ผิวกระชับ
✔️ช่วยลดสิวผด ลดการอักเสบ
✔️เติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน
✔️กระชับรูขุมขน คุมมัน พร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว
❌ไม่ต้องขัด ❌ไม่กัดผิว ❌ไม่ทำร้ายผิว
🔥 หลอดเดียว ฟื้นฟูผิวแบบจัดเต็ม ล็อกความใสให้ผิว เผยผิวใหม่✨
☑️ อ่อนโยน ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
✖️ไม่มีแอลกอฮอล์
✖️ไม่มีน้ำหอม
✖️ไม่มีซิลิโคน
💬 ผลลัพธ์หลังใช้
✅ ผิวกระจ่างใสขึ้น 33% ตั้งแต่ครั้งแรก
✅ สีผิวสม่ำเสมอขึ้น 24.7%
✅ ผิวยืดหยุ่น สัมผัสผิวดีขึ้น 6.8%
✅ จุดด่างดำดูจางลง
✅ ผิวมันลดลง รูขุมขนดูกระชับ
✅ ผิวฉ่ำ ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงหลังลอกมาส์ก
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Adenosine
-
ลดริ้วรอย
-
ปลอบประโลมผิว
Adenosine
คุณสมบัติหลัก
ลดริ้วรอย
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Adenosine เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายในรูปแบบของ อะดีโนซีน ไตรฟอสเฟต (ATP) เป็นโมเลกุลของคลังเก็บพลังงาน อะดีโนซีนที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั้นมาจากยีสต์ ช่วยปลอบประโลมผิว ลดริ้วรอย
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Ascorbic Acid
-
เพิ่มอาหารผิว
-
ปรับผิวเรียบเนียน
-
ปรับผิวกระจ่างใส
-
ต้านอนุมูลอิสระ
-
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
Ascorbic Acid
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มอาหารผิว
ปรับผิวเรียบเนียน
ปรับผิวกระจ่างใส
ต้านอนุมูลอิสระ
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
รายละเอียดทั่วไป
กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แอล-แอสคอร์บิก แอซิด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในผิวของเรามากที่สุด ลดสัญญาณแห่งวัยได้หลายอย่าง รวมถึงการเปลี่ยนสี ริ้วรอย และการสูญเสียความกระชับเนื่องจากความเสียหายจากแสงแดด ปรับปรุงสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ริ้วรอย และการเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นระหว่าง 5-20%
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Disodium EDTA
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Disodium EDTA เป็นเกลือของกรด ethylenediaminetetraacetic (เรียกทั่วไปว่า EDTA) ในเครื่องสำอาง ทำหน้าที่เป็นสารคีเลตเป็นหลัก ป้องกันไม่ให้ส่วนผสมในสูตรจับกับแร่ธาตุที่อาจมีอยู่ในน้ำหรือส่วนผสมอื่นๆ ช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรเครื่องสำอาง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นที่ 0.85%
Ethylhexylglycerin
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Ethylhexylglycerin
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Ethylhexylglycerin เป็นสารสังเคราะห์ เอทิลเฮกซิลกลีเซอรีน ยังสามารถใช้เป็นสารกันบูด และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันบูดอื่นๆ เช่น ฟีนอกซีเอธานอล มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 8%
Glycerin
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปรับสมดุลผิว
Glycerin
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับสมดุลผิว
รายละเอียดทั่วไป
Glycerin (กลีเซอรีน) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรอล เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในไขมันตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือผัก สามารถได้มาจากสารธรรมชาติโดยการไฮโดรไลซิสของไขมันและการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถผลิตแบบสังเคราะห์
กลีเซอรีน เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว ซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่พบในผิวหนังตามธรรมชาติ ช่วยสร้างสมดุล และความชุ่มชื้นตามปกติ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ทำงานเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 10%
Isopentyldiol
รายละเอียดทั่วไป
Isopentyldiol เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่ใช้เป็นตัวทำละลายในเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วยคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เป็นของเหลวที่ละลายน้ำได้ไม่มีกลิ่นไม่มีสี พบได้ในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทุกประเภท รวมทั้งมาสก์หน้า เซรั่ม ที่เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง รองพื้น และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 15 %
Kojic Acid
-
ปรับผิวเรียบเนียน
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Kojic Acid
คุณสมบัติหลัก
ปรับผิวเรียบเนียน
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Kojic Acid ได้จากกระบวนการหมักข้าวมอลต์เพื่อใช้ในการผลิตสาเก (ไวน์ข้าวญี่ปุ่น) มีประสิทธิภาพในการปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี
ข้อควรระวัง
เมื่อสัมผัสกับอากาศหรือแสงแดด จะสูญเสียประสิทธิภาพไป
Niacinamide
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ลดสิว
-
ลดริ้วรอย
Niacinamide
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ลดสิว
ลดริ้วรอย
รายละเอียดทั่วไป
Niacinamide หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ออกเสียงง่าย อย่างวิตามินบี 3 ซึ่งอยู่ในกลุ่ม วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B-Complex) หรือที่เรียกว่า Niacin (Nicotinic acid) เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวของเรา ที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างครอบคลุม
ตั้งแต่ช่วยลดริ้วรอย และรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ช่วยลดอาการแดง และอาการระคายเคืองบนผิว ไปจนถึงช่วยกระตุ้นการผลิตเซราไมด์ (Ceramide) ที่ช่วยให้ผิวกระชับและชุ่มชื้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยกระชับรูขุมขนและคุมความมันบนผิว จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีผิวมัน อย่างไรก็ตามเป็นส่วนผสมที่เข้าได้กับทุกสภาพผิว
ข้อควรระวัง
หากปริมาณ Niacinamide เกิน 5% อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในผิวแพ้ง่ายได้
Propanediol
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับผิวเรียบเนียน
รายละเอียดทั่วไป
Propanediol เป็นไกลคอลที่สามารถเพิ่มการดูดซึมของส่วนผสม (เช่น salicylic acid) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวเนียนเรียบ
Propanediol สามารถได้มาจากข้าวโพดตามธรรมชาติหรือสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ เป็นของเหลวไม่มีสีถึงเหลืองซีด หนืด (ค่อนข้างเหนียว) และมีลักษณะทางเคมีคล้ายกับ 1,2-โพรเพนไดออล (โพรพิลีนไกลคอล)
ข้อควรระวัง
ปลอดภัยที่เข้มข้นสูงถึง 39.9% (สำหรับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย) โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจะมีปริมาณที่น้อยกว่านั้น
Retinol
-
ลดริ้วรอย
-
ปรับผิวเรียบเนียน
-
กระชับรูขุมขน
Retinol
คุณสมบัติหลัก
ลดริ้วรอย
ปรับผิวเรียบเนียน
กระชับรูขุมขน
รายละเอียดทั่วไป
Retinol เป็นชื่อของโมเลกุลวิตามินเอทั้งหมด จากการศึกษาพิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่าสำหรับผิวในหลายด้าน เช่น ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย ปรับผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน และต้านอนุมูลอิสระ
เรตินอลสามารถกระตุ้นการผลิตกรดไฮยาลูโรนิกของผิวได้ ส่งผลให้ผิวดูอิ่มเอิบ และชุ่มชื้นขึ้น ความเข้มข้นของเรตินอลในผลิตภัณฑ์ต้านวัย โดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ 3% หรือสูงกว่านั้น
ข้อควรระวัง
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ห้ามใช้สารในกลุ่มนี้
Sodium Hyaluronate
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Sodium Hyaluronate
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Hyaluronate เป็นรูปแบบเกลือของกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยเติมเต็มผิว ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้มาก นอกจากคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้น (humectant) แล้ว โซเดียมไฮยาลูโรเนตยังถือเป็น postbiotic ซึ่งหมายความว่าสามารถช่วยบำรุง และรักษาจุลินทรีย์ธรรมชาติของผิวได้
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก และโซเดียมไฮยาลูโรเนต คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนตมีประโยชน์ทางชีวภาพมากกว่า หมายความว่าผิวสามารถดูดซับได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิก ดังนั้นผิวของคุณจึงได้รับประโยชน์สูงสุด
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Xanthan Gum
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Xanthan Gum เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยโมเลกุลน้ำตาลหลายโมเลกุลที่เกาะติดกัน ผลิตจากการหมักน้ำตาลอย่างง่าย กระบวนการหมักใช้แบคทีเรีย Xanthomonas campestris ซึ่งเป็นที่มาของชื่อส่วนผสมนี้
Xanthan Gum ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นหนืด สารเพิ่มเนื้อสัมผัส และทำให้อิมัลชันคงตัว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Polyvinyl Alcohol • Butylene Glycol • Curcuma Longa (Turmeric) Root Extract • Glycerin • Niacinamide • 1,2-Hexanediol • Isopentyldiol • Sodium Hyaluronate • Polyglyceryl-10 Laurate • Propanediol • Glycerol Glucoside • Glucose • Ethylhexylglycerin • Xanthan Gum • Adenosine • Disodium EDTA • Collagen Extract • Kojic Acid • Ascorbic Acid • Glycine Soja (Soybean) Oil • Retinol.
วิธีใช้
1. หลังล้างหน้า ซับผิวให้แห้งสนิท
2. ใช้ไม้พายหรือมือสะอาด ปาดมาส์กลงบนผิวหน้า
• ปาดให้หนาประมาณ 1-2 มม. (แนะนำทาให้ทั่วหน้า เว้นรอบดวงตา/ริมฝีปาก)
3. รอให้แห้งสนิท ประมาณ 20-30 นาที / หรือมาส์กทิ้งไว้แล้วนอน
4. ลอกแผ่นมาส์กออกจากขอบหน้าเบาๆ
5. ใช้ผ้าสะอาดเช็ด หรือล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือตามด้วยโทนเนอร์ได้เลย
🛑 แนะนำใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
❌ไม่ควรใช้ร่วมกับสครับหรือกรดผลัดผิวในวันเดียวกัน❌