รายละเอียดทั่วไป
ไอเทมกู้ชีพหนังศีรษะหย่อนแก่คลายเส้นผม 🔥 รากผมหลวม ผมร่วง โคนฟีบ แสกกว้าง เว้าตัวเอ็มลึก ต้นเหตุอาจอยู่ที่ "หนังศีรษะแก่และอ่อนแอ" 🥲
Resnovae Expert Shot Scalp Ampoule
อิ๊ฟก็มัวแต่กลัวหน้าเหี่ยว หน้าแก่ จนลืมไปว่าหนังศีรษะก็เหี่ยวและแก่ได้เหมือนกัน! 🤦🏻♀️ ต้องเจอทั้งแดด เหงื่อ ความมัน มลภาวะ และความร้อนจากการสระ เป่า หนีบ รวมถึงความเครียดทุกวัน 🥺
กว่าจะรู้ตัวหนังศีรษะก็เสียสมดุล ขาดความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น จนฐานยึดรากผมอ่อนแอ ผมร่วง โคนบาง วอลลุ่มและแนวไรผมดูหายไปแบบเห็นได้ชัด 😭
แต่โชคดีที่ได้เจอแอมพูลตัวนี้‼️เพราะชีแก้ปัญหาหนังหัวแก่ได้แบบเน้นๆ เหมือนยกสกินแคร์สายเฟิร์มผิวมาไว้บนหัวเลยค่ะ 💆🏻♀️✨
พลัง 3 เปปไทด์ชะลอความเสื่อมหนังศีรษะ 🧬
👉🏻Acetyl Hexapeptide-3 เปปไทด์ที่กลไลคล้ายโUท็oกซ์ ดูแลเรื่องริ้วผิวที่ดูไม่กระชับ ปรับให้เรียบเนียน
👉🏻Palmitoyl Pentapeptide-3 สร้างคอลลาเจนเติมความยืดหยุ่นให้ผิวรอบรูขุมขน ให้โคนผมยก ไม่ลีบแบน
👉🏻Copper Tripeptide-1 ดูแลคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวรอบรูขุมขนกระชับ ล็อกรากผมแน่น
ยังไม่หมดค่ะ! ชียังมี SCALPMEDIC™ ส่วนผสมสิทธิบัตรที่รวม Collagen + Elastin + Glycosaminoglycan 🧪 ช่วยดูแลและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของหนังศีรษะ ให้เหมือนทำทรีตเมนต์กู้หนังหัวที่ล้าและแก่สะสม ✨ แถมมีโกรทแฟกเตอร์อย่าง EGF + FGF ที่ช่วยบำรุงบริเวณรอบรากผมให้แข็งแรง ล็อกรากผมแน่น แนวไรผมหนา ยกโคนง่ายและมีวอลลุ่ม
ผลทดสอบหลังใช้ 4 สัปดาห์ 📈
📌 จำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงดีขึ้น 161.32%
📌 ความหนาแน่นของแนวไรผมดีขึ้น 103.82%
สูตรน้ำบางเบา ซึมไว ไม่เหนียว โคนผมไม่มัน ใช้แล้วเย็นสบาย ❄️ มี ICTASOL ช่วยลดหนังศีรษะมัน มีขุย คันง่าย ให้ดูสะอาดและสมดุล ✨ โดยผลทดสอบพบว่าปัญหาขุยบนหนังศีรษะดีขึ้น 194.78% หลังใช้เพียง 1 ครั้ง
ยิ่งใช้คู่ หวียิง Shot ผมหนา ยิ่งเห็นผลชัด 💥 เพราะแอมพูลตัวนี้ช่วยส่งเสริมการซึมผ่านของสารบำรุง ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 💆🏻♀️💫
สรุปแล้ว นี่คือ “สกินแคร์แอนตี้เอจจิ้งสำหรับหนังศีรษะแบบจริงจัง” ใครที่ไม่อยากแก้ปัญหาแค่ปลายเหตุ แต่อยากฟื้นฟู “สภาพแวดล้อมของหนังศีรษะ” ต้องจัดหลอดนี้ไปเลยค่ะ อิ๊ฟบอกเลย ของมันต้องมี 🛍️💖
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Glycerin
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปรับสมดุลผิว
Glycerin
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับสมดุลผิว
รายละเอียดทั่วไป
Glycerin (กลีเซอรีน) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรอล เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในไขมันตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือผัก สามารถได้มาจากสารธรรมชาติโดยการไฮโดรไลซิสของไขมันและการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถผลิตแบบสังเคราะห์
กลีเซอรีน เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว ซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่พบในผิวหนังตามธรรมชาติ ช่วยสร้างสมดุล และความชุ่มชื้นตามปกติ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ทำงานเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 10%
Hydroxyethylcellulose
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
สมานแผล
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
Hydroxyethylcellulose เป็นสารเพิ่มความข้นที่มักใช้เป็นสารยึดเกาะหรืออิมัลซิไฟเออร์ สกัดได้จากเซลลูโลส ซึ่งเป็นโพลีแซ็กคาไรด์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (น้ำตาลเชิงซ้อน) ที่พบในผนังเซลล์ของพืช ในสถานพยาบาล จะใช้ในการรักษาบาดแผลและต้านจุลชีพ ไฮดรอกซีเอทิลเซลลูโลสในวัตถุดิบเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส
ข้อควรระวัง
ปัจจุบันใช้ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.0002% ถึง 39%
Panthenol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
Panthenol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Panthenol (บางครั้งเรียกว่าโปรวิตามิน B5) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บความชื้น เมื่อทาเฉพาะที่จะเปลี่ยนเป็นกรด pantothenic ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่า panthenol 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวอย่างรวดเร็ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความสามารถของแพนธีนอลในการลดรอยแดงที่เกิดจากความไวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5.3%
Salicylic Acid
-
ลดสิว
-
ผลัดเซลล์ผิว
-
ปลอบประโลมผิว
-
กระชับรูขุมขน
Salicylic Acid
คุณสมบัติหลัก
ลดสิว
ผลัดเซลล์ผิว
ปลอบประโลมผิว
กระชับรูขุมขน
รายละเอียดทั่วไป
Salicylic Acid (กรดซาลิไซลิก) เป็นกรดเบต้าไฮดรอกซี ช่วยลดสิวด้วยการผลัดเซลล์ผิว และทำให้รูขุมขนสะอาด กรดซาลิไซลิก ได้ผลดีที่สุดได้ดีกับสิวที่ไม่รุนแรงมาก (สิวหัวดำและสิวหัวขาว) นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดสิวได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ : อาการแสบผิว อาการคัน หรือผิวลอก
Sodium Hyaluronate
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Sodium Hyaluronate
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Hyaluronate เป็นรูปแบบเกลือของกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยเติมเต็มผิว ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้มาก นอกจากคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้น (humectant) แล้ว โซเดียมไฮยาลูโรเนตยังถือเป็น postbiotic ซึ่งหมายความว่าสามารถช่วยบำรุง และรักษาจุลินทรีย์ธรรมชาติของผิวได้
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก และโซเดียมไฮยาลูโรเนต คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนตมีประโยชน์ทางชีวภาพมากกว่า หมายความว่าผิวสามารถดูดซับได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิก ดังนั้นผิวของคุณจึงได้รับประโยชน์สูงสุด
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Denatured Alcohol • PEG-60 Hydrogenated Castor Oil • Hydroxyethylcellulose • Glycerin • Butylene Glycol • 1,2-Hexanediol • Caprylic/Capric Triglyceride • Sodium PCA • Menthol • Salicylic Acid • Panthenol • Ictasol • Human Umbilical Cord Blood Cell Conditioned Media • Menthyl Lactate • Hydrolyzed Collagen • Elastin • Persimmon Extract • Camellia Japonica Leaf Extract • Ceratonia Siliqua Fruit Extract • Sodium Hyaluronate • Borage Extract • Carrot Extract • Corchorus Olitorius Leaf Extract • Mate Leaf Extract.
วิธีใช้
ตัวแอมพูลออกแบบเป็น “ปากกาสูญญากาศ”
ช่วยรักษาความสดใหม่และประสิทธิภาพของสารบำรุงได้ดียิ่งขึ้น 💉
1️⃣ บิดเพื่อปลดล็อก
หมุนท้ายแท่งจากตำแหน่ง OFF ➝ ON เพื่อเปิดใช้งาน
2️⃣ แต้มแอมพูลลงบนหนังศีรษะ
กดหรือแตะหัวแอมพูลบริเวณที่กังวล เช่น แนวผม รอยแสก หรือจุดผมบาง แอมพูลจะค่อย ๆ ไหลออกมา
3️⃣ นวดให้ซึมเข้าหนังศีรษะ (เลือกใช้ได้ 2 แบบ)
✔️ใช้เดี่ยวๆ : ใช้นิ้วนวดเบา ๆ เพื่อช่วยให้แอมพูลกระจายตัวและซึมลึกได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องล้างออก 💆🏻♀️
✔️ใช้คู่เครื่อง : ใช้ขณะผมหมาดๆ แต้มแอมพูลลงบนหนังศีรษะให้ทั่วบริเวณที่กังวล เปิดเครื่อง Resnovae Hyper Shot ในโหมด Dynamic ค่อย ๆ นวดวนให้ทั่ว
4️⃣ บิดกลับเพื่อล็อก
หลังใช้เสร็จ หมุนกลับจาก ON ➝ OFF เพื่อป้องกันน้ำยารั่วซึม
🕔 ความถี่ในการใช้
ใช้ได้ทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง (เช้า-เย็น) โดยไม่ต้องล้างออก
⚠️ ข้อควรระวัง
• หลีกเลี่ยงการใช้บริเวณที่มีบาดแผลเปิด หรือผิวระคายเคือง
• เก็บให้พ้นจากแสงแดดจัดและอุณหภูมิสูง
• ตรวจสอบให้แน่ใจว่า หมุนปิดเป็น "OFF" ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ เพื่อป้องกันน้ำยาแห้งหรือรั่วซึม