รายละเอียดทั่วไป
ร่องแก้มลึก ตาเหี่ยวย่น จนหน้าดูแก่เกินอายุ 😭 "เรติแนลหน้าเด็ก" ตัวนี้เกลาริ้วรอยให้ตื้นฟู คืนรูขุมขนเบียดชิดแบบสับแบบจึ้ง🔥วัย 20 กลางๆ หรือ 30 ต้นๆ ที่ผิวผลิตคอลลาเจนน้อยลงทุกวัน จนหน้าเริ่มฝ่อ รูขุมขนย้วย ต้องรีบจัดไปย้อนวัยผิว‼️
Arencia Retinal Booster Shot
หลอดนี้ดีไซน์สูตรมาให้เห็นผลไว✅ แต่ไม่แห้งลอกแสบแดง❌ เพราะใส่สารบำรุงและปลอบประโลมผิวเข้มข้นมาช่วยบาลานซ์ความแรงของ Retinal
ทั้ง Centella ☘️ ปลอบผิว ลดการอักเสบ 🪨Ectoin ปกป้องผิวจากการระคายเคือง และ Ceramide 🧱 เสริมปราการผิว ให้ทนต่อส่วนผสมที่ออกฤทธิ์แรงได้ดีขึ้น
แล้วยังเสริมส่วนผสมที่กระตุ้นผิวเด็ก👶🏻
☕ Caffeine กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ให้ผิวดูมีชีวิตชีวา หนาแน่นขึ้น
🧬 Peptide ส่งสัญญาณให้ผิวสร้างคอลลาเจน พอมารวมกับ Retinal ที่กระตุ้นการผลัดผิวใหม่ เลยทำให้ริ้วรอยและความยืดหยุ่นผิวเพิ่มขึ้นแบบ x2
🎯เล็งเป้าลดริ้วรอยได้ทุกจุด ใช้ได้ทั่วใบหน้าและคอ
ผลทดสอบหลังใช้ 2 วีค📊
📌 ร่องแก้มจาง 44.12%
📌 ริ้วรอยรอบดวงตาลดลง 16.58%
📌 เส้นริ้วคอจาง 14.93%
อิ๊ฟแนะนำให้ใช้คู่กับ “ช็อตวิตซีขยี้เม็ดสี" ของแบรนด์เดียวกันด้วยนะคะ 🤩 ใช้วิตซีช่วงเช้า 🌤️ และ “เรติแนลหน้าเด็ก” ก่อนนอน 💤 เป็นดูโอ้ลดผิวแก่แก้รอยดำครบลูปแบบลงตัวที่สุด
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Adenosine
-
ลดริ้วรอย
-
ปลอบประโลมผิว
Adenosine
คุณสมบัติหลัก
ลดริ้วรอย
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Adenosine เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายในรูปแบบของ อะดีโนซีน ไตรฟอสเฟต (ATP) เป็นโมเลกุลของคลังเก็บพลังงาน อะดีโนซีนที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั้นมาจากยีสต์ ช่วยปลอบประโลมผิว ลดริ้วรอย
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Allantoin
-
ต้านการอักเสบ
-
ล็อกความชุ่มชื้น
Allantoin
คุณสมบัติหลัก
ต้านการอักเสบ
ล็อกความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Allantoin หรือ aluminium dihydroxy allantoinate เป็นสารประกอบทางเคมีที่พบในร่างกายมนุษย์ และพืชและสัตว์หลายชนิด สามารถสกัดจากพืช แต่ก็สามารถสังเคราะห์และใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Arginine
-
ลดการระคายเคืองผิวหนัง
-
สมานแผล
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
กระตุ้นการสร้างผิวใหม่
Arginine
คุณสมบัติหลัก
ลดการระคายเคืองผิวหนัง
สมานแผล
เพิ่มความชุ่มชื้น
กระตุ้นการสร้างผิวใหม่
รายละเอียดทั่วไป
Arginine กรดอะมิโนกึ่งจำเป็น (ทารกไม่สามารถสังเคราะห์ได้) กรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างเคราตินของเส้นผม และคอลลาเจนของผิวหนัง เป็นปัจจัยให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และอาจช่วยเร่งการสมานแผล
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 18%
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Caffeine
-
ปลอบประโลมผิว
-
ต้านอนุมูลอิสระ
-
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
Caffeine
คุณสมบัติหลัก
ปลอบประโลมผิว
ต้านอนุมูลอิสระ
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
รายละเอียดทั่วไป
Caffeine (คาเฟอีน) เป็นตัวกระตุ้นหลักในเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ และชา เมื่อทาลงบนผิว Caffeine อาจมีคุณสมบัติ ในการผ่อนคลาย และต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผิวสัมผัสกับแสงยูวี สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังและบีบตัว ซึ่งสามารถช่วยให้รอยแดงดูดีขึ้น แต่ยังอาจทำให้ผิวแพ้ง่ายได้
ข้อควรระวัง
อาจทำให้ผิวแพ้ได้ง่าย ควรใช้น้อยกว่า 1%
Centella Asiatica Extract
-
ลดอาการผิวอักเสบ
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
-
ต้านอนุมูลอิสระ
-
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
Centella Asiatica Extract
คุณสมบัติหลัก
ลดอาการผิวอักเสบ
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
ต้านอนุมูลอิสระ
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
รายละเอียดทั่วไป
Centella Asiatica Extract หรือ ใบบัวบก เป็นสมุนไพรยืนต้นที่เติบโตในเอเชียเป็นหลัก และอาจระบุไว้บนฉลากว่าเป็นกรดเอเซียติก ไฮโดรโคทิล หรือบัวบก เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ยานี้ใช้ได้ทั้งในการปรุงอาหารและยาเช่นเดียวกับสารสกัดจากพืชแบบดั้งเดิมอื่นๆ Centella asiatica ได้รับความนิยมครั้งแรกในเกาหลีใต้
โดยเป็นส่วนประกอบสำคัญในมอยส์เจอไรเซอร์ที่เรียกว่า “cica creams” “ซิก้า” ย่อมาจากคำว่า Centella asiatica และครีมเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการอักเสบ
มีประโยชน์หลายประการสำหรับผิวด้วยสารประกอบที่ออกฤทธิ์ รวมทั้งมาเดคาสโซไซด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ใบบัวบกยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นที่ดีในการบรรเทาผิวที่ถูกทำลาย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5%
Ceramide NP
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มอาหารผิว
Ceramide NP
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มอาหารผิว
รายละเอียดทั่วไป
Ceramide NP เป็นไขมันไลปิดชนิดหนึ่งที่มีความเข้มข้น มี ความบริสุทธิ์สูงกว่า 90% มีโครงสร้างคล้ายกับ Ceramide ใต้ผิวของมนุษย์ ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอม เป็นกำลังเสริมสำคัญของชั้นผิว ดูแลเชื่อมเคราตินให้เรียงตัวเป็นระเบียบ เสมือนเกราะป้องกันการสูญเสียน้ำให้ผิวได้อย่างดี เซราไมด์จำเป็นต่อผิว หากขาดไป ผิวพรรณจะไม่สดใส และแห้งกร้าน
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Cholesterol
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
Cholesterol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มความชุ่มชื้น
ซ่อมแซมผิวเสียหาย
รายละเอียดทั่วไป
Cholesterol เป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติของเกราะป้องกันผิวหนัง โดยคิดเป็น 15% ของปริมาณกรดไขมันในนั้น การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการขาดคอเลสเตอรอลในผิวหนังอาจทำให้ผิวแห้งได้ เมื่อใช้คอเลสเตอรอลกับผิวหนังจะเพิ่มความสมดุลของความชื้นให้ผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น การเสริมชั้นนอกสุดของผิวด้วยวิธีนี้ยังช่วยต้านทานความเสียหายจากความเครียดจากภายนอกได้
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5%
Dextrin
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Dextrin คาร์โบไฮเดรตที่จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์ ใช้เมื่อผสมกับน้ำ มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำ
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Ethylhexylglycerin
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Ethylhexylglycerin
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Ethylhexylglycerin เป็นสารสังเคราะห์ เอทิลเฮกซิลกลีเซอรีน ยังสามารถใช้เป็นสารกันบูด และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันบูดอื่นๆ เช่น ฟีนอกซีเอธานอล มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 8%
Glycerin
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปรับสมดุลผิว
Glycerin
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับสมดุลผิว
รายละเอียดทั่วไป
Glycerin (กลีเซอรีน) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรอล เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในไขมันตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือผัก สามารถได้มาจากสารธรรมชาติโดยการไฮโดรไลซิสของไขมันและการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถผลิตแบบสังเคราะห์
กลีเซอรีน เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว ซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่พบในผิวหนังตามธรรมชาติ ช่วยสร้างสมดุล และความชุ่มชื้นตามปกติ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ทำงานเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 10%
Hydrogenated Lecithin
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Lecithin เป็นเลซิตินที่เติมไฮโดรเจนเป็นฟอสโฟลิปิด (สารชีวโมเลกุลที่ไม่ละลายในน้ำ) ที่ผลิตขึ้นโดยการเพิ่มไฮโดรเจนในเลซิติน ในส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิว สามารถผลิตได้โดยการสังเคราะห์ หรืออาจได้มาจากสัตว์ (มาจากไข่แดง) หรือจากพืช เป็นสารช่วยกระจายตัว สารปรับสภาพผิวที่ทำให้ผิวนวล และเป็นสารปรับความคงตัวในผลิตภัณฑ์
ข้อควรระวัง
จากการประเมินความปลอดภัยในปี 2020 ของ Cosmetic Ingredient Review (CIR) Expert Panel ความเข้มข้นสูงสุดของการใช้ที่รายงานคือ 5%
Niacinamide
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ลดสิว
-
ลดริ้วรอย
Niacinamide
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ลดสิว
ลดริ้วรอย
รายละเอียดทั่วไป
Niacinamide หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ออกเสียงง่าย อย่างวิตามินบี 3 ซึ่งอยู่ในกลุ่ม วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B-Complex) หรือที่เรียกว่า Niacin (Nicotinic acid) เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวของเรา ที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างครอบคลุม
ตั้งแต่ช่วยลดริ้วรอย และรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ช่วยลดอาการแดง และอาการระคายเคืองบนผิว ไปจนถึงช่วยกระตุ้นการผลิตเซราไมด์ (Ceramide) ที่ช่วยให้ผิวกระชับและชุ่มชื้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยกระชับรูขุมขนและคุมความมันบนผิว จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีผิวมัน อย่างไรก็ตามเป็นส่วนผสมที่เข้าได้กับทุกสภาพผิว
ข้อควรระวัง
หากปริมาณ Niacinamide เกิน 5% อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในผิวแพ้ง่ายได้
Panthenol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
Panthenol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Panthenol (บางครั้งเรียกว่าโปรวิตามิน B5) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บความชื้น เมื่อทาเฉพาะที่จะเปลี่ยนเป็นกรด pantothenic ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่า panthenol 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวอย่างรวดเร็ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความสามารถของแพนธีนอลในการลดรอยแดงที่เกิดจากความไวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5.3%
Silica
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Silica เป็นแร่ธาตุที่พบมากในหินทราย ดินเหนียว และหินแกรนิต รวมทั้งในส่วนต่าง ๆ ของพืชและสัตว์ ซิลิกายังสามารถผลิตได้ด้วยการสังเคราะห์ เป็นผงดูดซับและสารเพิ่มความข้นในเครื่องสำอาง
การวิจัยพบว่าอนุภาคนาโนซิลิกาสามารถเพิ่มการดูดซึมของส่วนผสมอื่นๆ และทำหน้าที่เป็นระบบนำส่งสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ (เช่น เควอซิทิน)
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Tocopherol
-
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
-
ลดริ้วรอย
-
ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Tocopherol
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
ลดริ้วรอย
ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Tocopherol (โทโคฟีรอล) เป็นหนึ่งในสี่ของชื่อวิตามินอี มีทั้งที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำมันพืชหรือจมูกข้าวสาลี และวิตามินถูกสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ โดยทั้งคู่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่วยป้องกันมลภาวะและความเครียดจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวอ่อนแอลง
วิตามินอี ยังทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบที่ดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ในผลิตภัณฑ์วิตามินซี วิตามินอีจะช่วยทำให้เสถียร วิตามินอียังทำงานได้ดีกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น โรสแมรี่ กรดเฟรูลิก และกรดอะมิโน
วิตามินอี (โทโคฟีรอล) สามารถลดรอยดำอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้ในระดับความเข้มข้น 1%
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 1%
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Glycerin • Methylpropanediol • Butylene Glycol • Caprylic/Capric Triglyceride • 1,2-Hexanediol • Niacinamide • Cetyl Ethylhexanoate • Cetearyl Olivate • Polyglyceryl-3 Methylglucose Distearate • Diisostearyl Malate • Sodium Polyacrylate • Sorbitan Olivate • Acrylates/C10-30 Alkyl Acrylate Crosspolymer • Arginine • Macadamia Ternifolia Seed Oil • Hydrogenated Lecithin • Ethylhexylglycerin • Adenosine • Gardenia Florida Fruit Extract • Xanthan Gum • Cholesterol • Polyglyceryl-10 Laurate • Allantoin • Retinal(200ppm) • Silica • Brassica Campestris (Rapeseed) Sterols • Dextrin • Panthenol • Tocopherol • Aluminum/Magnesium Hydroxide Stearate • Potassium Cetyl Phosphate • Pentaerythrityl Tetra-di-t-butyl Hydroxyhydrocinnamate • Caffeine • Disodium EDTA • Ectoin • Bakuchiol • Ceramide NP • Centella Asiatica Extract • Glycosphingolipids • Palmitoyl Pentapeptide-4 • Hexapeptide-2 • Hexapeptide-9 • Tripeptide-1 • Pentapeptide-3 • Palmitoyl Tripeptide-1 • Palmitoyl Tripeptide-5 • Acetyl Hexapeptide-8 • Copper Tripeptide-1
วิธีการใช้
เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินเอ (Retinoid) ที่มีความเข้มข้นสูง ควรใช้เฉพาะ ช่วงเย็น/กลางคืน และปรับผิวตามสเต็ปนี้
1. ในช่วงเริ่มใช้ 2 สัปดาห์แรก ควรทาวันเว้นวัน (หรือ 1 วัน เว้น 2 วันสำหรับผิวแพ้ง่ายมาก) เพื่อให้ผิวปรับตัวเข้ากับเรตินัล
2. หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ หากผิวไม่มีอาการระคายเคือง สามารถขยับมาทาเป็นประจำทุกคืนได้
3. การลงสกินแคร์: ทาปริมาณเล็กน้อยให้ทั่วใบหน้าหลังจากล้างหน้า (ก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์)
**ข้อควรระวัง: ต้องทาครีมกันแดดในตอนเช้าเสมอ เพราะเรตินัลจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น