รายละเอียดทั่วไป
IOPE Expert Retinol Rx™ 1% Super Bounce Serum
เซรั่มเรตินอลนวัตกรรมลิขสิทธิ์เฉพาะจาก IOPE ผสานเทคโนโลยีเรตินอลประสิทธิภาพสูง พร้อมการดูแลเกราะป้องกันผิว ให้ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอย ความกระชับ และรูขุมขนอย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนโยน สามารถใช้ได้ทุกวัน
✅ รูขุมขนดูกระชับขึ้น
ผ่านการทดสอบทางคลินิก ช่วยลดขนาดรูขุมขนได้ถึง 21% ภายใน 4 สัปดาห์
✅ ผิวแน่นเด้ง ยืดหยุ่น กระชับขึ้น +12%
ด้วยเทคโนโลยี Retinol 4X Multi-Tune™ ที่รวมพลังของ Retinol 4 รูปแบบ ได้แก่
👉🏻 Retinol บริสุทธิ์
👉🏻 Encapsulated Retinol
👉🏻 Granactive Retinoid
👉🏻 Bio-Seletinoid™
พร้อม Phyto-EGF ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระชับและยืดหยุ่น
✅ ผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น +14%
ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดความหมองคล้ำ ผิวสาก และริ้วรอยร่องตื้น เพื่อผิวที่ดูเรียบเนียนและกระจ่างใส
✅ ชุ่มชื้น แข็งแรง ไม่แห้งลอก
เติมความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิวด้วย Lacto-exosome™ สารสกัดไมโครไบโอมจากชาเขียว ช่วยลดความแห้งตึงที่มักพบจากการใช้เรตินอล ให้ผิวรู้สึกสบายและสมดุลยิ่งขึ้น
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Ethylhexylglycerin
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Ethylhexylglycerin
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Ethylhexylglycerin เป็นสารสังเคราะห์ เอทิลเฮกซิลกลีเซอรีน ยังสามารถใช้เป็นสารกันบูด และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันบูดอื่นๆ เช่น ฟีนอกซีเอธานอล มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 8%
Squalane
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ลดสิว
-
เพิ่มความยืดหยุ่น
-
ปรับผิวเรียบเนียน
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Squalane
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ลดสิว
เพิ่มความยืดหยุ่น
ปรับผิวเรียบเนียน
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Squalane เป็นสารทำให้ผิวนวล ที่ช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น และให้ความอ่อนนุ่มให้กับผิว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มผิว
แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวส่วนใหญ่ใช้แหล่งสควาเลนที่มาจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก รำข้าวสาลี รำข้าว และน้ำมันดอกบานไม่รู้โรย นอกจากนี้ยังสามารถผลิตได้จาก Saccharomyces cerevisae (ยีสต์ชนิดหนึ่ง) หรือจากสัตว์
สควาเลนยังช่วยเสริมเกราะป้องกันของผิว และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระของสควาเลนยังช่วยป้องกัน กระบวนการที่ทำลายผิว ในเยื่อบุรูขุมขนที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำมัน จึงช่วยลดการเกิดสิว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีเมื่อแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water / Aqua / Eau • Butylene Glycol • Squalane • Methyl Trimethicone • Glycerin • Bis-Hydroxyethoxypropyl Dimethicone • 1,2-Hexanediol • Lactobacillus Ferment Lysate • C14-22 Alcohols • Butyrospermum Parkii (Shea) Butter • Palmitic Acid • Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil • Stearic Acid • Glyceryl Stearate • Peg-100 Stearate • Hydroxyethyl Acrylate/Sodium Acryloyldimethyl Taurate Copolymer • Dimethyl Isosorbide • C12-20 Alkyl Glucoside • Glycine Soja (Soybean) Oil • Carbomer • Mannitol • Daucus Carota Sativa (Carrot) Root Extract • Glyceryl Caprylate • Tromethamine • Disodium Edta • Kojyl Methylenedioxycinnamate • Ethylhexylglycerin • Pentylene Glycol • Xanthan Gum • Madecassoside • Hydroxypinacolone Retinoate • Sorbitan Isostearate • Retinol • Trehalose • Beta-Carotene • Tocopherol • Bht • Acacia Senegal Gum • Acetyl Tetrapeptide-11 • Hydrogenated Phosphatidylcholine • Chamaecyparis Obtusa Leaf Extract • Decapeptide-4 • Sodium Oleate • Propylene Glycol Alginate • Rice Sh-Oligopeptide-1
วิธีใช้
Step 1 : BIO CONDITIONING ESSENCE (น้ำตบ)
หลังล้างหน้าและเช็ดโทนเนอร์ เทเอสเซนส์ลงบนฝ่ามือหรือสำลี กดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
Step 2 : EXPERT RETINOL RX™ 1% SUPER BOUNCE SERUM
กดเซรั่ม 1-2 ปั๊ม ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ สามารถเน้นบริเวณที่กังวลเรื่องรูขุมขนหรือริ้วรอย เช่น หน้าผาก รอบดวงตา และร่องแก้ม แล้วนวดเบาๆ จนซึม
💡 ผู้เริ่มใช้เรตินอล แนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน วันเว้นวัน หรือ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เมื่อผิวปรับตัวได้แล้วจึงค่อยเพิ่มความถี่ตามความเหมาะสม
Step 3 : Moisturizer
ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมบำรุงที่ใช้เป็นประจำ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว
⚠️ ข้อควรระวัง
• หากใช้ตอนเช้า ควรทาครีมกันแดด SPF 30-50+ เป็นขั้นตอนสุดท้ายทุกครั้ง เพราะเรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสง
• เก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นแสงแดดและความร้อน เพื่อคงประสิทธิภาพของเรตินอล
• ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับ AHA/BHA หรือกรดผลัดเซลล์ผิวในขั้นตอนเดียวกัน
• สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์