รายละเอียดทั่วไป
Primera Vitatinol Bouncy Lift Serum
เซรั่ม "วิตามินซี x เรตินอล" สูตรลับหน้าตึงเป๊ะแบบไม่ต้องพึ่งเข็ม ตัวนี้จริตงานผิวเกาหลีคือที่สุด ใครอยากหน้าเด็ก รูขุมขนกริบ ต้องตำด่วนค่ะ ✨
บอกลาความหย่อนคล้อยด้วยนวัตกรรม Capsule-in-Serum ที่รวมเอา 2 พลังตัวตึงแห่งวงการสกินแคร์มาไว้ในขวดเดียว
✔️Vitamin C + Retinol: ผสานพลังอัพความยืดหยุ่นให้ผิวได้แรงกว่าเรตินอลทั่วไปถึง 2.2 เท่า! 🚀
✔️400 Hours Antioxidant: ปกป้องผิวจากการร่วงโรยด้วยพลังต้านอนุมูลอิสระยาวนานถึง 400 ชั่วโมง! ⏳
✅ ยกกระชับคูณสอง: ลิฟต์กรอบหน้าให้เป๊ะ ผิวเด้งสู้มือเหมือนฉีดฟิลเลอร์มาเบาๆ
✅ กู้รูขุมขน: จัดการรูขุมขนที่กว้างและแนวรูขุมขนแนวตั้งให้กระชับเรียบเนียน
✅ ลดเลือนริ้วรอย: เติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยให้ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
✅ เติมน้ำให้ผิว: เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมไว แต่ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึก ผิวดูฉ่ำน้ำ สุขภาพดีสุดๆ 💦
🛡️ อ่อนโยนแบบตะโกน
ผิวแพ้ง่ายไม่ต้องกังวลค่ะ ผ่านการทดสอบมาครบ ทั้ง Hypoallergenic และ Dermatological Test ผิวเป็นสิวง่ายก็ใช้ได้หายห่วง ไม่ระคายเคืองแน่นอน 🫶
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Adenosine
-
ลดริ้วรอย
-
ปลอบประโลมผิว
Adenosine
คุณสมบัติหลัก
ลดริ้วรอย
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Adenosine เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายในรูปแบบของ อะดีโนซีน ไตรฟอสเฟต (ATP) เป็นโมเลกุลของคลังเก็บพลังงาน อะดีโนซีนที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั้นมาจากยีสต์ ช่วยปลอบประโลมผิว ลดริ้วรอย
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Ethylhexylglycerin
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Ethylhexylglycerin
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Ethylhexylglycerin เป็นสารสังเคราะห์ เอทิลเฮกซิลกลีเซอรีน ยังสามารถใช้เป็นสารกันบูด และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันบูดอื่นๆ เช่น ฟีนอกซีเอธานอล มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 8%
Glycerin
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปรับสมดุลผิว
Glycerin
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับสมดุลผิว
รายละเอียดทั่วไป
Glycerin (กลีเซอรีน) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรอล เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในไขมันตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือผัก สามารถได้มาจากสารธรรมชาติโดยการไฮโดรไลซิสของไขมันและการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถผลิตแบบสังเคราะห์
กลีเซอรีน เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว ซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่พบในผิวหนังตามธรรมชาติ ช่วยสร้างสมดุล และความชุ่มชื้นตามปกติ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ทำงานเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 10%
Hydrogenated Lecithin
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Lecithin เป็นเลซิตินที่เติมไฮโดรเจนเป็นฟอสโฟลิปิด (สารชีวโมเลกุลที่ไม่ละลายในน้ำ) ที่ผลิตขึ้นโดยการเพิ่มไฮโดรเจนในเลซิติน ในส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิว สามารถผลิตได้โดยการสังเคราะห์ หรืออาจได้มาจากสัตว์ (มาจากไข่แดง) หรือจากพืช เป็นสารช่วยกระจายตัว สารปรับสภาพผิวที่ทำให้ผิวนวล และเป็นสารปรับความคงตัวในผลิตภัณฑ์
ข้อควรระวัง
จากการประเมินความปลอดภัยในปี 2020 ของ Cosmetic Ingredient Review (CIR) Expert Panel ความเข้มข้นสูงสุดของการใช้ที่รายงานคือ 5%
Hydrogenated Polyisobutene
Hydrogenated Polyisobutene
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับผิวเรียบเนียน
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Polyisobutene เป็นสารสังเคราะห์ที่มีความหนืด สามารถกักเก็บความชื้นได้ยาวนาน ทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบนผิว ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เรียบเนียน
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 4%
Panthenol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
Panthenol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Panthenol (บางครั้งเรียกว่าโปรวิตามิน B5) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บความชื้น เมื่อทาเฉพาะที่จะเปลี่ยนเป็นกรด pantothenic ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่า panthenol 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวอย่างรวดเร็ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความสามารถของแพนธีนอลในการลดรอยแดงที่เกิดจากความไวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5.3%
Tromethamine
-
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
Tromethamine
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
รายละเอียดทั่วไป
Tromethamine เป็นตัวช่วยปรับ pH ของผลิตภัณฑ์ให้มีเนื้อสัมผัสที่ดี มีค่า pH เป็นด่าง และสามารถทำให้ส่วนผสมที่เป็นกรดเป็นกลางได้
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Butylene Glycol • Glycerin • Methyl Gluceth-20 • Ascorbyl Glucoside • Niacinamide • Caprylyl Methicone • Caprylic/Capric Triglyceride • Hydrogenated Polyisobutene • 1,2-Hexanediol • Tromethamine • Hydroxyethyl Acrylate/Sodium Acryloyldimethyl Taurate Copolymer • Polysorbate 20 • Polyacrylate-13 • Dimethicone • Panthenol • Sodium Stearoyl Glutamate • Sodium Citrate • Polyisobutene • Polyacrylate Crosspolymer-6 • Dimethyl Isosorbide • Lactobacillus/Soybean Extract Ferment Filtrate • Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil • Zea Mays (Corn) Starch • Glycine Soja (Soybean) Oil • Mannitol • Sucrose • Microcrystalline Cellulose • Glyceryl Caprylate • Sphingomonas Ferment Extract • Ethylhexylglycerin • Sorbitan Isostearate • Sodium Metaphosphate • Daucus Carota Sativa (Carrot) Root Extract • Adenosine • Hydroxypinacolone Retinoate • Citric Acid • Retinol • Titanium Dioxide (CI 77891) • Iron Oxides (CI 77492) • Ectoin • Hydrogenated Lecithin • Ascorbic Acid • Beta-Carotene • Tocopherol • Pentylene Glycol • Propylene Glycol • Sodium Hyaluronate • Carbomer • Acetyl Tetrapeptide-11 • Acacia Senegal Gum • Propylene Glycol Alginate
วิธีใช้
🌟 เปิดใช้งานครั้งแรก :
1️⃣จับตัวขวดให้มั่นแล้ว "กดฝาปั๊มลงไปจนสุด" จนได้ยินเสียง คลิก เพื่อปล่อยแคปซูลวิตามินซีด้านบนลงสู่เนื้อเซรั่มเรตินอลด้านล่างค่ะ
2️⃣เขย่าขวดเบา ๆ ให้ส่วนผสมทั้งสองผสานตัวเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นสีเหลืองทองสวยงาม
3️⃣ตั้งขวดทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้แคปซูลละลายตัวเข้ากับเซรั่ม
🧴 ขั้นตอนการบำรุงประจำวัน (Daily Routine)
• Step 1 : หลังจากทำความสะอาดผิวและลงโทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว ให้กดเซรั่มลงบนฝ่ามือในปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 1-2 ปั๊ม)
• Step 2 : แต้มลงบนใบหน้า 5 จุด แล้วค่อยๆ เกลี่ยเนื้อเซรั่มให้ทั่วใบหน้าและลำคอ โดยเน้นนวดเบาๆ ในทิศทางยกผิวขึ้น (Upward Motion)
• Step 3 : ใช้ฝ่ามือกดประคบเบาๆ ให้ความร้อนจากมือช่วยส่งผ่านเนื้อเซรั่มให้ซึมลึกเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
💡 เคล็ดลับความปัง (Beauty Tips)
• Day☀️ & Night🌛: สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและกลางคืน
(✳️หากใช้ตอนเช้า ควรทาครีมกันแดดทับทุกครั้งเพื่อปกป้องผิว)
• Freshness💦: หลังจากผสมแล้ว แนะนำให้ใช้ให้หมดภายใน 2-3 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากวิตามินซีที่สดใหม่ที่สุดค่ะ