รายละเอียดทั่วไป
ชีคว้ารางวัลมาเยอะมากกก No. 1 🏆ไฮยาใน🇰🇷 💦ไฮยาชนิดเดียวกับที่อยู่ในผิวมนุษย์ ให้ผลเหมือนการมาสก์หน้า ผิวฟูอิ่ม ฉ่ำเด้งแบบเป็นที่เลื่องลือสุดๆ
WELLAGE Real Hyaluronic Blue 100 Ampoule
แอมพูลที่ดังมาหลายปี ดังแล้ว ดังอยู่ ดังต่อ👏🏻 เพราะนางทำให้ผิวเปลี่ยนจริงจนคนซื้อซ้ำไม่หยุด
เพียวไฮยา 100% สมฐาที่ผลิตโดยบ.ใหญ่ที่ผลิต botox filler ป้อนให้ทั่วโลก 🤩
📌นางเป็นไฮยาลูรอนชนิดเดียวกับที่อยู่ในผิวมนุษย์ และมีถึง 9 รูปแบบโมเลกุลผสานกัน 🧬เพื่อให้เข้าไปทำงานในชั้นผิวที่ต่างกันลึกลงไป 9 ชั้น บางฟอร์มทำให้ชั้นผิวนอกฟู บางฟอร์มทำงานดีในผิวอีกชั้น
เพราะฉะนั้น
✅ผิวเลยอวบเต่งน้ำขึ้น 521.9% ทันทีที่ทา
✅ไฮยาซึมลึกกว่าเซรั่มทั่วไป 195.7% หรือเกือบ 2 เท่า❗️
💙แถมสูตรใหม่นี้ มี PDRN โมเลกุลเล็กลงไปช่วยซ่อมกำแพงผิวและเพิ่มการกักเก็บน้ำของเซลล์ ทาไปเท่าไหร่ล็อกไว้ไม่มีระเหย เริ่ดเลยแหละ🫶🏻
📌พอกันทีกับไฮยาที่ทำให้ผิวฟูดูดีแบบฉาบฉวย ตัวนี้ youtuber อินฟลูทั้งโลกบอกว่าเป็นลูกรัก🥰
ไอดอล🇰🇷ยังบอกว่าเป็นเคล็ดลับผิวดีในวันที่ผิวล้า แต่งหน้าไม่ติด ตัวนี้ซึมไว ผิวเด้งทันที หน้าไม่มันเมือก
Texture ผิวนุ่มขึ้นมากกก🤏🏻สาวๆอย่าลืมว่า ผิวจะสร้างตัวเองใหม่ จะหายใจ จะรักษาฟื้นฟูตัวเองก็ต้องพึ่งความชุ่มชื้นทั้งนั้น 💦
📍อิ๊ฟบอกเลยว่าตัวนี้สำคัญ พื้นฐาน เบสิกต้องมี ดับกระหายผิวแบบถึงจุดสุดๆ แล้วเป็นมิตรกับทุกสภาพผิวค่ะแม่😚
ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Adenosine
-
ลดริ้วรอย
-
ปลอบประโลมผิว
Adenosine
คุณสมบัติหลัก
ลดริ้วรอย
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Adenosine เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายในรูปแบบของ อะดีโนซีน ไตรฟอสเฟต (ATP) เป็นโมเลกุลของคลังเก็บพลังงาน อะดีโนซีนที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั้นมาจากยีสต์ ช่วยปลอบประโลมผิว ลดริ้วรอย
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Citric Acid
-
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
-
ผลัดเซลล์ผิว
Citric Acid
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
ผลัดเซลล์ผิว
รายละเอียดทั่วไป
Citric Acid กรดซิตริกเป็นสารสกัดที่ได้มาจากผลไม้รสเปรี้ยว และใช้ในปริมาณเล็กน้อยเป็นหลักเพื่อปรับ pH ของผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นด่าง หรือด่างเกินไป กรดซิตริกเป็นกรดอัลฟ่าไฮดรอกซี (AHA) ด้วยสูตรและความเข้มข้นที่เหมาะสม จึงสามารถผลัดเซลล์ผิวได้
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นที่ 20%
Dioscorea Japonica Root Extract
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Dioscorea Japonica Root Extract
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Dioscorea Japonica Root Extract สารสกัด Dioscorea villosa นำมาจากมันเทศป่า มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นสำหรับผิว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Ethylhexylglycerin
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Ethylhexylglycerin
คุณสมบัติหลัก
ยับยั้งแบคทีเรีย
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Ethylhexylglycerin เป็นสารสังเคราะห์ เอทิลเฮกซิลกลีเซอรีน ยังสามารถใช้เป็นสารกันบูด และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันบูดอื่นๆ เช่น ฟีนอกซีเอธานอล มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำที่ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้นไม่เกิน 8%
Glycerin
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปรับสมดุลผิว
Glycerin
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับสมดุลผิว
รายละเอียดทั่วไป
Glycerin (กลีเซอรีน) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรอล เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในไขมันตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือผัก สามารถได้มาจากสารธรรมชาติโดยการไฮโดรไลซิสของไขมันและการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถผลิตแบบสังเคราะห์
กลีเซอรีน เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว ซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่พบในผิวหนังตามธรรมชาติ ช่วยสร้างสมดุล และความชุ่มชื้นตามปกติ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ทำงานเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 10%
Glycine
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ลดริ้วรอย
-
เพิ่มอาหารผิว
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Glycine
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ลดริ้วรอย
เพิ่มอาหารผิว
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Glycine เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ร่างกายสร้างโปรตีน เป็นกรดอะมิโนที่พบง่ายที่สุด และพบได้ในเปปไทด์หลายชนิด ไกลซีน เป็นส่วนผสมในการเติมเต็ม และให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Histidine
คุณสมบัติหลัก
ลดอาการผิวอักเสบ
สร้างภูมิคุ้มกันของผิวหนัง
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Histidien เป็นกรดอะมิโนกึ่งจำเป็น ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมภูมิคุ้มกัน ปฏิกิริยาการแพ้ และกระบวนการอักเสบในร่างกาย ในสกินแคร์ มันคือมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิว และช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนังได้
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Hydrogenated Lecithin
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Hydrogenated Lecithin เป็นเลซิตินที่เติมไฮโดรเจนเป็นฟอสโฟลิปิด (สารชีวโมเลกุลที่ไม่ละลายในน้ำ) ที่ผลิตขึ้นโดยการเพิ่มไฮโดรเจนในเลซิติน ในส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิว สามารถผลิตได้โดยการสังเคราะห์ หรืออาจได้มาจากสัตว์ (มาจากไข่แดง) หรือจากพืช เป็นสารช่วยกระจายตัว สารปรับสภาพผิวที่ทำให้ผิวนวล และเป็นสารปรับความคงตัวในผลิตภัณฑ์
ข้อควรระวัง
จากการประเมินความปลอดภัยในปี 2020 ของ Cosmetic Ingredient Review (CIR) Expert Panel ความเข้มข้นสูงสุดของการใช้ที่รายงานคือ 5%
Lecithin
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
เพิ่มอาหารผิว
เพิ่มความยืดหยุ่น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Lecithin ทำหน้าที่เป็นสารทำให้ผิวนวล สารยึดเกาะน้ำ (เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น) และสารอิมัลชัน (เพื่อช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้ดีขึ้น) มักจะได้มาจากพืชเช่นถั่วเหลือง ทานตะวันหรือเรพซีด
ส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ของเลซิติน ได้แก่ ฟอสโฟลิปิด (ซึ่งช่วยฟื้นฟูผิว) กรดไขมัน และไตรกลีเซอไรด์ที่ช่วยเติมเต็มผิว ลักษณะที่ปรากฏของเลซิติน โดยทั่วไปจะเป็นของเหลวหนืดหรือเป็นผง
ข้อควรระวัง
โดยทั่วไปควรมีความเข้มข้นอยู่ระหว่าง 0.5-2%
Panthenol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ปลอบประโลมผิว
Panthenol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปลอบประโลมผิว
รายละเอียดทั่วไป
Panthenol (บางครั้งเรียกว่าโปรวิตามิน B5) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บความชื้น เมื่อทาเฉพาะที่จะเปลี่ยนเป็นกรด pantothenic ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่า panthenol 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวอย่างรวดเร็ว การวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความสามารถของแพนธีนอลในการลดรอยแดงที่เกิดจากความไวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 5.3%
Propanediol
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
ปรับผิวเรียบเนียน
รายละเอียดทั่วไป
Propanediol เป็นไกลคอลที่สามารถเพิ่มการดูดซึมของส่วนผสม (เช่น salicylic acid) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวเนียนเรียบ
Propanediol สามารถได้มาจากข้าวโพดตามธรรมชาติหรือสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ เป็นของเหลวไม่มีสีถึงเหลืองซีด หนืด (ค่อนข้างเหนียว) และมีลักษณะทางเคมีคล้ายกับ 1,2-โพรเพนไดออล (โพรพิลีนไกลคอล)
ข้อควรระวัง
ปลอดภัยที่เข้มข้นสูงถึง 39.9% (สำหรับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย) โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจะมีปริมาณที่น้อยกว่านั้น
Sodium Acetylated Hyaluronate
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความยืดหยุ่น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Sodium Acetylated Hyaluronate
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความยืดหยุ่น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Acetylated Hyaluronate เป็นรูปแบบหนึ่งของมอยส์เจอไรเซอร์ในปัจจุบัน สามารถกักเก็บความชื้นได้ดีกว่า มีกลุ่มอะเซทิลที่ทำหน้าที่เป็น "จุดยึด" เล็กๆ ทำให้สามารถเติมน้ำให้ผิวยาวนานขึ้นและความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเหนียวน้อยกว่าและสวยงามกว่า HA ทั่วไป
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Sodium Hyaluronate
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
เพิ่มความชุ่มชื้น
Sodium Hyaluronate
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Sodium Hyaluronate เป็นรูปแบบเกลือของกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยเติมเต็มผิว ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้มาก นอกจากคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้น (humectant) แล้ว โซเดียมไฮยาลูโรเนตยังถือเป็น postbiotic ซึ่งหมายความว่าสามารถช่วยบำรุง และรักษาจุลินทรีย์ธรรมชาติของผิวได้
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก และโซเดียมไฮยาลูโรเนต คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนตมีประโยชน์ทางชีวภาพมากกว่า หมายความว่าผิวสามารถดูดซับได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิก ดังนั้นผิวของคุณจึงได้รับประโยชน์สูงสุด
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Tocopherol
-
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
-
ลดริ้วรอย
-
ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Tocopherol
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
ลดริ้วรอย
ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Tocopherol (โทโคฟีรอล) เป็นหนึ่งในสี่ของชื่อวิตามินอี มีทั้งที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำมันพืชหรือจมูกข้าวสาลี และวิตามินถูกสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ โดยทั้งคู่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่วยป้องกันมลภาวะและความเครียดจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวอ่อนแอลง
วิตามินอี ยังทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบที่ดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ในผลิตภัณฑ์วิตามินซี วิตามินอีจะช่วยทำให้เสถียร วิตามินอียังทำงานได้ดีกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น โรสแมรี่ กรดเฟรูลิก และกรดอะมิโน
วิตามินอี (โทโคฟีรอล) สามารถลดรอยดำอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้ในระดับความเข้มข้น 1%
ข้อควรระวัง
แนะนำที่ความเข้มข้น 1%
Xanthan Gum
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Xanthan Gum เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยโมเลกุลน้ำตาลหลายโมเลกุลที่เกาะติดกัน ผลิตจากการหมักน้ำตาลอย่างง่าย กระบวนการหมักใช้แบคทีเรีย Xanthomonas campestris ซึ่งเป็นที่มาของชื่อส่วนผสมนี้
Xanthan Gum ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นหนืด สารเพิ่มเนื้อสัมผัส และทำให้อิมัลชันคงตัว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Propanediol • Pentylene Glycol • Glycerin • 1,2-Hexanediol • Panthenol • Methylpropanediol • Sodium Acrylic Acid/MA Copolymer • Butylene Glycol • Dioscorea Japonica Root Extract • Xanthan Gum • Sodium Citrate • Ethylhexylglycerin • Sodium Hyaluronate (1,000ppm) • Glycosyl Trehalose • Hydrogenated Starch Hydrolysate • Citric Acid • Raffinose • Adenosine • Lecithin • Trisodium Ethylenediamine Disuccinate • Caprylyl Glycol • Saccharide Isomerate • Polyquaternium-51 • Malachite Extract • Arginine • Sodium DNA • Alpinia Galanga Extract • Biosaccharide Gum-1 • Cyanocobalamin • Tocopherol • Caprylic/Capric Triglyceride • Hydrogenated Lecithin • Hydrolyzed Hyaluronic Acid (0.100052ppm) • Hydrolyzed Sodium Hyaluronate (0.1ppm) • Sucrose Laurate • Sodium Stearoyl Glutamate • Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer • Glycine • Serine • Histidine • Glycine Soja (Soybean) Seed Extract • Lysolecithin • Phloretin • Tetrahydropiperine • Dimethyl Isosorbide • Sodium Hyaluronate Crosspolymer (2.08ppb) • Benzyl Glycol • Hydrolyzed Glycosaminoglycans • Oleyl Alcohol • Beta-Glucan • Hydroxypropyltrimonium Hyaluronate (0.012ppb) • Hyaluronic Acid (0.001ppb) • Sodium Acetylated Hyaluronate (0.0002ppb)
วิธีใช้
เตรียมผิว : หลังล้างหน้าและเช็ดโทนเนอร์ (ถ้ามี).
หยดและทา : หยดแอมพูล 2-3 หยด (หรือปริมาณที่เหมาะสม) ลงบนฝ่ามือ.
ตบเบาๆ : ทาให้ทั่วใบหน้า และตบเบาๆ เพื่อช่วยให้แอมพูลซึมลึกเข้าสู่ผิว.
ใช้เป็นประจำ : ใช้ได้ทั้งตอนเช้าและเย็น หรือใช้เป็นตัวกู้ผิวเร่งด่วนเมื่อผิวขาดน้ำมาก.
ล็อกความชุ่มชื้น (แนะนำ) : ทาตามด้วยครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ยาวนานยิ่งขึ้น