ส่วนผสมสำคัญ
1,2 Hexanediol
-
ล็อกความชุ่มชื้น
-
ยับยั้งแบคทีเรีย
1,2 Hexanediol
คุณสมบัติหลัก
ล็อกความชุ่มชื้น
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
1,2 Hexanediol เป็นตัวทำละลาย ที่ใช้ทดแทน Ethoxydiglycol, Propylene Glycol และ Butylene Glycol สามารถช่วยเก็บกักน้ำได้ดี (water-binding, humectant) และช่วยต่อต้านเชื้อโรคได้ โดยสามารถทำหน้าที่เป็น preservative booster
กลไกการทำงานเป็น Preservative Booster เกิดจาก ลักษณะโมเลกุลของ 1,2-Hexanediol สามารถซึมผ่านเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆได้ดี ทำให้สามารถนำพาสารกันเสียชนิดใดๆในสูตร ผ่านเข้าเซลล์ของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัวเองด้วย
ข้อควรระวัง
แนะนำให้ใช้ 3% ร่วมกับสารกันเสียชนิดอื่นๆ โดย 1,2-Hexanediol สามารถช่วยนำพาส่วนผสมต่างๆเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ 1,2-Hexanediol ในสูตรที่ไม่ได้ต้องการให้ส่วนผสมต่างๆในสูตรถูกนำพาเข้าสู่ผิว ตัวอย่างเช่น สารกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen หรือ Organic Sunscreen)
Aqua (Water)
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
ล็อกความชุ่มชื้น
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Aqua (Water) (น้ำหรืออควา) สามารถประกอบเป็นเครื่องสำอางได้ถึง 95% เป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงมาก และบางครั้งกลายเป็นส่วนผสมหลัก
ข้อควรระวัง
อาการแพ้จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นในเครื่องสำอาง
Butylene Glycol
คุณสมบัติหลัก
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
เพิ่มความชุ่มชื้น
รายละเอียดทั่วไป
Butylene Glycol (บิวทิลลีนไกลคอล) เป็นส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไป ในเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้น สารเพิ่มเนื้อสัมผัส ตัวทำละลาย และสารเร่งการซึมผ่าน การวิจัยระบุว่าบิวทิลีนไกลคอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังอาจช่วยลดความหยาบกร้านของผิวด้วย คุณสมบัติบางอย่างของ Butylene Glycol สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรของสูตรต่อจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของผิวหนัง
ข้อควรระวัง
มีการใช้ในความเข้มข้นที่หลากหลาย โดยมีรายงานสูงถึง 50% แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 30%
Gluconolactone
-
ผลัดเซลล์ผิว
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Gluconolactone
คุณสมบัติหลัก
ผลัดเซลล์ผิว
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Gluconolactone เป็นกรดโพลีไฮดรอกซีชนิดหนึ่งหรือ PHA มีประสิทธิภาพเท่ากับ AHA แต่มีความไวน้อยกว่า โดย Gluconolactone มีคุณสมบัติทางเคมีและหน้าที่คล้ายกับ AHA (เช่นกรดไกลโคลิก) ความแตกต่างที่สำคัญกับ AHA คือ กลูโคโนแลคโตนมีโครงสร้างโมเลกุลที่ใหญ่กว่า ซึ่งจำกัดความสามารถในการซึมเข้าผิวหนัง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่น้อยลง และมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Hydroxyacetophenone
-
ลดการระคายเคืองผิวหนัง
-
ปลอบประโลมผิว
-
ปรับผิวเรียบเนียน
-
ต้านอนุมูลอิสระ
Hydroxyacetophenone
คุณสมบัติหลัก
ลดการระคายเคืองผิวหนัง
ปลอบประโลมผิว
ปรับผิวเรียบเนียน
ต้านอนุมูลอิสระ
รายละเอียดทั่วไป
Hydroxyacetophenone เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสังเคราะห์ และส่วนผสมในการปรับสภาพผิว สารประกอบต้านอนุมูลอิสระจำเพาะนั้นรู้จักกันในชื่อ p-hydroxyacetophenone ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอล ที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้หลายชนิด ประโยชน์รองคือช่วยถนอมเครื่องสำอาง นี่เป็นข้อได้เปรียบเพราะช่วยให้นักเคมีเครื่องสำอางใช้สารกันบูดในปริมาณที่น้อยลง (เช่น ฟีนอกซีเอธานอล) ยังมีความสามารถในการผ่อนคลายผิว เพราะสามารถยับยั้งเอนไซม์ (เรียกว่า COX-2) ในผิวหนังที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
Hydroxyethylcellulose
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
สมานแผล
ยับยั้งแบคทีเรีย
รายละเอียดทั่วไป
Hydroxyethylcellulose เป็นสารเพิ่มความข้นที่มักใช้เป็นสารยึดเกาะหรืออิมัลซิไฟเออร์ สกัดได้จากเซลลูโลส ซึ่งเป็นโพลีแซ็กคาไรด์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (น้ำตาลเชิงซ้อน) ที่พบในผนังเซลล์ของพืช ในสถานพยาบาล จะใช้ในการรักษาบาดแผลและต้านจุลชีพ ไฮดรอกซีเอทิลเซลลูโลสในวัตถุดิบเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส
ข้อควรระวัง
ปัจจุบันใช้ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.0002% ถึง 39%
Xanthan Gum
คุณสมบัติหลัก
ปรับค่าpH/ปรับความคงตัว
เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อครีม
รายละเอียดทั่วไป
Xanthan Gum เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยโมเลกุลน้ำตาลหลายโมเลกุลที่เกาะติดกัน ผลิตจากการหมักน้ำตาลอย่างง่าย กระบวนการหมักใช้แบคทีเรีย Xanthomonas campestris ซึ่งเป็นที่มาของชื่อส่วนผสมนี้
Xanthan Gum ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นหนืด สารเพิ่มเนื้อสัมผัส และทำให้อิมัลชันคงตัว
ข้อควรระวัง
หยุดใช้ทันทีหากมีอาการแพ้
ส่วนผสมทั้งหมด
Water • Alcohol Denat. • Butylene Glycol • Glycereth-25 PCA Isostearate • Menthol • Caffeine • Hydroxyacetophenone • Carbomer • Aminomethyl Propanol • Hydroxyethylcellulose • Caprylyl Glycol • Pinus Sylvestris Leaf Extract • Pentylene Glycol • Citric Acid • Disodium Phosphate • Polysorbate 60 • Silica • 1,2-Hexanediol • Sodium Phosphate • 4-Terpineol • Betaine • Epigallocatechin Gallate • Ginkgo Biloba Leaf Extract • Silk Amino Acids • Centella Asiatica Extract • Glycerin • Chondrus Crispus (Carrageenan) Extract • Lecithin • Aloe Barbadensis Leaf Juice • Gluconolactone • Panax Ginseng (Mountain Ginseng) Extract • Sodium Hyaluronate • Sodium Benzoate • Xanthan Gum • Diatomaceous Earth • Tetrasodium Glutamate Diacetate • Potassium Sorbate • Sodium DNA (0.5ppb) • Madecassoside • Madecassic Acid • Asiaticoside • Asiatic Acid • Propolis Extract • Fragrance
วิธีใช้
1. แสกผมให้เห็นหนังศีรษะ สามารถใช้ได้ทั้ง ผมแห้งหรือผมหมาดหลังสระ
2. หมุนหัวแปรงไปที่ ON
3. บีบหลอดเบาๆ ให้เซรั่มออกมา แล้วค่อยๆ หวีแปรงจาก ไรผมด้านหน้าไปทางกลางกระหม่อม
4. ใช้หัวแปรงกดหรือเคาะเบาๆ เพื่อนวดหนังศีรษะ โดยเน้นบริเวณกลางศีรษะและท้ายทอยที่เข้าถึงยาก
5. ไม่ต้องล้างออก ปล่อยให้เซรั่มซึมเข้าสู่หนังศีรษะ
6. หลังใช้ทุกครั้ง หมุนหัวแปรงกลับมาที่ OFF
⏱️ ความถี่: วันละ 1–2 ครั้ง หรือใช้หลังสระผมเป็นประจำ
🕰️ ช่วงเวลาที่แนะนำ: ตอนเช้าหรือก่อนนอน
🅾️ วิธีเปิด–ปิดหัวแปรง
• เปิด (ON): หมุนหัวแปรงซิลิโคนไปทางขวา ให้ลูกศรตรงกับ ON
• ปิด (OFF): หลังใช้งานหมุนกลับทางซ้าย ให้ลูกศรตรงกับ OFF เพื่อป้องกันเซรั่มไหลหรือรั่วซึม
⚠️ ข้อควรระวัง
- ผลิตภัณฑ์มี Cica Reedle™ (ไมโครรีดเดิล) และสารให้ความเย็น จึงอาจรู้สึก ยิบๆ หรือเย็นเล็กน้อย ขณะใช้
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มี แผลเปิด รอยถลอก หรือหนังศีรษะอักเสบ/ติดเชื้อ
- งดใช้ทันทีหลัง Scalp Tattoo/เพ้นท์หนังศีรษะ หรือหัตถการที่ทำให้หนังศีรษะระคายเคือง จนกว่าจะฟื้นตัว
- ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Beauty Device ที่มีความร้อน แสง หรือคลื่นไฟฟ้า เพื่อลดโอกาสการระคายเคือง
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก แนะนำให้ Patch Test บริเวณหลังใบหูก่อนใช้
- หากมีเซรั่มตกค้างบนหัวแปรง ให้ใช้ ทิชชู่แห้งเช็ดทำความสะอาด ก่อนปิดฝา