วิธีใช้ Medicube AGE-R Booster Pro ให้เห็นผลจริง เครื่องเดียวจบ ครบทุกปัญหาผิวระดับมือโปร
2026-01-21 16:41:14
แชร์

 

✨วิธีใช้ Medicube AGE-R Booster Pro ให้เห็นผลจริง👍

เครื่องเดียวจบ ครบทุกปัญหาผิวระดับมือโปร💬

 

​​ในยุคที่อุปกรณ์ดูแลผิวที่บ้าน (Home-use Device) พัฒนาไปไกลจนแทบยกคลินิกมาไว้ในบ้าน การเลือก “เครื่องเดียวที่ตอบโจทย์ครบ” กลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าการมีหลายเครื่องแต่ใช้ไม่ถูกวิธี

Medicube AGE-R Booster Pro คือหนึ่งในอุปกรณ์ Beauty Tech ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ ด้วยการอัปเกรดจากรุ่นยอดฮิต สู่เครื่องดูแลผิวแบบ 6-in-1 ที่รวมทั้งการผลักสกินแคร์ ยกกระชับ ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย และกระชับรูขุมขนไว้ในเครื่องเดียว จนกลายเป็น Must-have Item ของสายผิวทั่วโลก และยังเป็นอุปกรณ์ที่ Lisa BLACKPINK เลือกใช้

นอกจากประสิทธิภาพในการผลักวิตามินและยกกระชับผิวแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนยอมควักเงิน คือ Special Collaboration หรือคอลเลกชันพิเศษที่ Medicube จับมือกับคาแรคเตอร์ดัง ออกมาเป็นดีไซน์ที่ทั้งน่ารักและน่าสะสม เห็นแล้วใจละลาย กระเป๋าสตางค์สั่นแบบไม่รู้ตัว

แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือทำไมบางคนใช้แล้วผิวปัง เห็นผลชัดตั้งแต่ครั้งแรก แต่บางคนกลับรู้สึกเฉย ๆ หรือมีอาการระคายเคือง? บทความนี้ Yvescosmetic จะพาคุณเข้าใจ Medicube AGE-R Booster Pro แบบครบจริง


​​ทำไมบางคนใช้ Medicube AGE-R Booster Pro แล้วรู้สึกเฉย ๆ หรือมีอาการระคายเคือง?

 

ความจริงคือ เครื่องไม่ได้ทำงานต่างกัน แต่สิ่งที่ “ต่าง” คือ วิธีใช้ + ลำดับ + สภาพผิว + สกินแคร์ที่ใช้คู่กัน ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้ 5 ข้อ

1. ใช้ “โหมดไม่ตรงกับปัญหาผิว” ก็เลยไม่เห็นผล ควรเลือกโหมดตรงปัญหา เช่น ผิวหมอง → Booster Mode, ผิวหย่อน → Derma Shot / Microcurrent, รูขุมขน → Air Shot

2. ใช้ “ลำดับโหมด” ผิด ลำดับการใช้มีผลมากกว่าที่คิด เช่น ❌ ใช้ Air Shot หลังลงสกินแคร์ ❌ ใช้โหมดแรงตั้งแต่วันแรก ❌ สลับโหมดมั่ว ๆ ตามความรู้สึก จริงๆแล้วควรจะ

  • เริ่มจากโหมดที่ “เปิดผิว” ก่อน

  • แล้วค่อยตามด้วยโหมดยกกระชับ

  • ปิดท้ายด้วยมอยส์เจอร์ที่เหมาะสม

3. ใช้สกินแคร์ “ไม่เหมาะกับโหมดที่เลือก” นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการระคายเคือง

4. ไม่ดู “สภาพผิว ณ วันที่ใช้” ผิวเราไม่เหมือนกันทุกวัน แต่หลายคนใช้เครื่องแบบเดิมตลอด

  • วันที่ผิวแห้ง / barrier อ่อน → ใช้โหมดแรง = ทำให้แสบ แดง ระคายเคือง

5. คาดหวังผลลัพธ์ “ผิดประเภท”

  • ใช้ครั้งเดียวต้องหน้าเรียวถาวร

  • รูขุมขนต้องหายถาวรใน 1 วัน

แต่ความจริงคือ

  • บางโหมดให้ผลทันที ผิวโกลว์ ผิวฟู

  • บางโหมดต้องใช้ต่อเนื่อง ยกกระชับ ลดรูขุมขน

 


มาทำความรู้จัก 4 โหมดหลักใน Medicube AGE-R Booster Pro ให้ใช้แล้วเห็นผลยิ่งขึ้น

 

ความพิเศษของรุ่น Pro คือการรวมเทคโนโลยีที่เคยแยกเครื่องกัน มาไว้ในเครื่องเดียว โดยแบ่งเป็นโหมดหลักๆ ดังนี้

1. Booster Mode (โหมดผลักวิตามิน)

โหมดนี้คือหัวใจหลักของเครื่อง ใช้เทคโนโลยี Electroporation เพื่อสร้างช่องว่างชั่วคราวบนผิวหนัง ทำให้สกินแคร์ซึมลึกเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น ใช้คู่กับเซรั่มหรือไวท์เทนนิ่ง เพื่อเน้นความกระจ่างใสและเติมความชุ่มชื้น

  • ผลลัพธ์: ผิวดูฉ่ำวาว (Glow) มากกว่าการใช้มือทา

  • เหมาะสำหรับ: ผิวหมองคล้ำ มีรอยสิว และจุดด่างดำ

  • สกินแคร์ที่แนะนำ : CELL:29 ILLUNA-EX Whitening Booster, Medicube Deep Vita C Capsule Cream

  • วิธีใช้: เคลื่อนหัวเครื่องเป็นวงกลมให้ทั่วใบหน้า

 

 

2. Microcurrent Mode (โหมดกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก)

โหมดนี้เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายในด้วยกระแสไฟฟ้าต่ำๆ ที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าในร่างกายมนุษย์ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • ผลลัพธ์: ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูดูเงา ผิวหน้า Glass Skin ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น และช่วยเรื่องความละเอียดของผิว กระตุ้นให้ผิวดูมีวอลลุ่มผิว

  • เหมาะสำหรับ: ผิวมีริ้วรอย หรือผิวไม่สดใส

  • สกินแคร์ที่แนะนำ : The Lomb Toning Therapy Ampoule Double, Medicube Collagen Jelly Cream

  • วิธีใช้: ลากหัวเครื่องขึ้นจากล่างไปบน เพื่อยกกระชับผิว

 

 

3. Derma Shot Mode (โหมดบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า)

โหมดนี้ใช้กระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำและปานกลางเข้าไปกระตุ้นถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง เพื่อความยืดหยุ่นและการยกกระชับ กรอบหน้า (V-Line) ให้ดูชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อย

  • ผลลัพธ์: ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ลดอาการบวมของใบหน้า และยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย

  • เหมาะสำหรับ: คนที่กังวลเรื่องเหนียง หรือต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติ (V-Shape) ผิวมีริ้วรอย ดูฝ่อ ช่วยยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจน

  • สกินแคร์ที่แนะนำ : SUNGBOON EDITOR Silk Peptide EGF Heart Fit Volume Lifting Ampoule, Dr.REJU-ALL Advanced PDRN Rejuvenating Cream

  • วิธีใช้: นวดเน้นบริเวณแนวกรามและโหนกแก้ม

 

 

4. Air Shot Mode (โหมดกระชับรูขุมขน)

โหมดนี้ใช้เทคโนโลยี Non-needle Pore Care (คล้ายการทำเลเซอร์ที่บ้าน) โดยจะส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างรูขนาดไมโครบนผิว

  • ผลลัพธ์: ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง และผลัดเซลล์ผิวให้เรียบเนียน

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่เรียบเนียน 

  • ข้อควรระวัง: โหมดนี้ต้องใช้บน "ผิวแห้งสนิท" เท่านั้น (ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง)

  • วิธีใช้: เอียงหัวเครื่องโดยใช้ช่วงขอบค่อยๆแตะเบาๆ ไล่ไปตามผิวหน้า

 

 

ฟังก์ชัน 6-in-1 มีอะไรบ้าง

 

  • Booster Mode (Electroporation) : ช่วยผลักส่งสกินแคร์ให้ซึมลึกสู่ผิวได้ดีขึ้นถึง 8 เท่า ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเงาใส.

  • MC Mode (Microcurrent) : กระตุ้นคอลลาเจน, ช่วยยกกระชับกรอบหน้า, ลดริ้วรอย, และเพิ่มวอลลุ่มให้ผิว

  • Derma Shot Mode (EMS) : กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า, ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้ใบหน้าดูเฟิร์มขึ้น

  • Air Shot Mode (Electric Needles) : กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว, กระชับรูขุมขนให้เนียนขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

  • LED Therapy : มีแสง 3 สี (เขียว ลดเม็ดสี/ผิวสม่ำเสมอ, แดง ลดริ้วรอย/กระตุ้นคอลลาเจน, ม่วง กระตุ้นคอลลาเจน/ลดริ้วรอย)

  • Vibration: การสั่นหลากหลายรูปแบบ (Radiance, Line Smoothing, Facial Contouring, Pore Elasticity) เพื่อสนับสนุนการทำงานของแต่ละโหมด

 

แชร์
บทความที่เกี่ยวข้อง